10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2021

เครื่องกรองอากาศยี่ห้อไหนดี
➜ Published 10/11/2021

วิธีการเลือกสินค้าของเรา

products
17
สินค้าที่วิเคราะห์

hours
55h
ใช้เวลา

articles
9
ผู้เชี่ยวชาญที่สัมภาษณ์

comments
320
ความคิดเห็นของผู้ใช้

เครื่องฟอกอากาศ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของสินค้า ที่กำลังได้รับความสนใจในการเลือกซื้อขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาปัจจุบัน จากปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสินค้าประเภทนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นตัวสำคัญ ที่จะสามารถตอบโจทย์การเลือกซื้อของคุณได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน จากรูปแบบและฟังก์ชันการทำงานที่ถูกออกแบบ มาให้สามารถรองรับการ จัดการปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ปัญหา ฝุ่น ทั้ง ขนาดเล็กและ ขนาดใหญ่ ไปจนถึงเรื่องของเชื้อไวรัส ที่มีการสะสมตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง บนอากาศ ส่วนในด้านของตัวเลือกสินค้าที่มีออกมาให้เราเป็นเจ้าของได้ในช่วงเวลาปัจจุบันนั้น ก็จัดว่ามีความหลากหลาย

ในช่วงที่ผ่านมาอยู่พอสมควร เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ตามความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านของคุณภาพสินค้า, ฟังก์ชันการใช้งานส่วนต่าง ๆ, รูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบ หรือแม้กระทั่งในส่วนของระดับราคา ที่จะเหมาะสมกับ กลุ่มคนที่แตกต่างกันออกไป อย่างชัดเจน

เพราะฉะนั้นในการเลือกซื้อคุณจึงควรทำการศึกษาให้ละเอียดและรอบคอบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสินค้าตัวนี้เป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายของทั้งตัวคุณเอง และ คนในครอบครัว เป็นผลให้การเลือกซื้อ ซักหนึ่งรุ่นมาไว้ในการใช้งาน ก็จัดว่ามีความคุ้มค่าและน่าสนใจเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน และหากที่เราได้กล่าวไปเริ่มทำให้คุณเป็นอีกหนึ่งคน ที่เริ่มสนใจในการเลือกซื้อสินค้าตัว ดังกล่าว ขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า จะเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี สำหรับการใช้งานภาย ในปี 2021 นี้ ทางเราจะแนะนำ ให้คุณเลือกซื้อได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น จากรายละเอียดในช่วงต่อ ๆ ไป ของบทความนี้ครับ

1. AirdogX5
เครื่องฟอกอากาศดีไซน์การออกแบบสุดสวยงามทันสมัย ที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ
เช็คราคาและส่วนลด:
Lazada / Shopee

AirdogX5 เครื่องฟอกอากาศ

2. Bwell CF-8428
อุปกรณ์ฟอกอากาศรุ่นขนาดเล็กที่ถูกผลิตขึ้นมา สำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดเริ่มต้น 20 ตารางเมตร และสามารถกรองฝุ่นได้อย่างมีคุณภาพด้วยระบบการทำงานแบบ 7 ขั้นตอน
เช็คราคาและส่วนลด:
Lazada/ Shopee

เครื่องฟอกอากาศ Bwell CF-8428

3. Xiaomi Air Purifier Pro H
เครื่องกรองอากาศรุ่นขนาด 72 ตารางเมตร ที่สามารถใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างเหมาะสมและลงตัว
เช็คราคาและส่วนลด:
Lazada/ Shopee

Xiaomi Air Purifier Pro H เครื่องฟอกอากาศ

10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2021

  1. AirdogX5
  2. Bwell CF-8428
  3. Xiaomi Air Purifier Pro H
  4. MITSUTA MAP570
  5. Philips AC1215
  6. SAMSUNG AX40R3030WM/ST
  7. TEFAL PT3030F0
  8. HAFELE ECOM-088
  9. Midea MDDF-09DEN3-PA6
  10. Imarflex F-C042R

1. AirdogX5

เครื่องฟอกอากาศ ดีไซน์การออกแบบสุดสวยงามทันสมัย ที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

AirdogX5 เครื่องฟอกอากาศ
  • ขนาดสินค้า: 650 x 306 x 31.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 10.7 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 40 ถึง 65 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า: 60 วัตต์
  • ระดับเสียงในการเปิดทำงาน: 65 เดซิเบล

รุ่นแรกเป็นสินค้ารุ่นขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมา สำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดประมาณ 40 ถึง 65 ตารางเมตร เช่น ห้องห้องนั่งเล่น, ห้องประชุม และห้องทำงาน ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของตัวอุปกรณ์ ที่สามารถทำได้อย่างมีคุณภาพ จากการใช้งานกำลังไฟฟ้าเพียงแค่ 60 วัตต์ ที่สำคัญด้วยระดับเสียงในการเปิดทำงานที่ต่ำว่า 65 วัตต์ ก็ยังเป็นส่วนที่ช่วยให้ตัวเครื่องแทบจะไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณเลยแม้แต่น้อยครับ


2. Bwell CF-8428

อุปกรณ์ฟอกอากาศรุ่นขนาดเล็กที่ถูกผลิตขึ้นมา สำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดเริ่มต้น 20 ตารางเมตร และสามารถกรองฝุ่นได้อย่างมีคุณภาพด้วยระบบการทำงานแบบ 7 ขั้นตอน

เครื่องฟอกอากาศ Bwell CF-8428
  • ขนาดสินค้า: 327 x 176 x 449 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 4.4 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 20 ถึง 40 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า: 55 วัตต์
  • ระดับเสียงในการเปิดทำงาน: 52 เดซิเบล

Bwell CF-8428 เป็นสินค้ารุ่นขนาดเล็กกะทัดรัด ที่เหมาะสำหรับการจัดวางในห้องนอนเป็นอย่างมาก ด้วยประสิทธิภาพการกรองอากาศของตัวเครื่อง ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเริ่มต้น 20 ตารางเมตร ไปจนถึงสูงสุดที่ประมาณ 40 ตารางเมตร โดยที่ความโดดเด่นสำคัญของอุปกรณ์ตัวนี้ จะเป็นในเรื่องของระยะเวลาการตั้งเวลาปิดการใช้งาน ที่ทำได้สูงสุดถึง 9 ชั่วโมงหลังการเปิดใช้งาน และระดับเสียงในการเปิดทำงานที่อยู่ในระดับต่ำสุดเพียง 12 เดซิเบลเพียงเท่านั้นครับ


3. Xiaomi Air Purifier Pro H

เครื่องกรองอากาศ รุ่นขนาด 72 ตารางเมตร ที่สามารถใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างเหมาะสมและลงตัว

Xiaomi Air Purifier Pro H เครื่องฟอกอากาศ
  • ขนาดสินค้า: 310 x 310 x 738 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 9.6 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 72 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า: 70 วัตต์
  • ระดับเสียงในการเปิดทำงาน: 65 เดซิเบล

Xiaomi Air Purifier Pro H จัดเป็นรุ่นขนาดใหญ่ ที่สามารถใช้งานในห้องหลากหลายขนาดได้อย่างมีคุณภาพ จากความสามารถในการผลิตอากาศ ที่ทำได้สูงสุดในระดับ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งส่งผลให้ตัวเครื่องรองรับการใช้งานในพื้นที่ขนาด 72 ตารางเมตรได้อย่างลงตัว และถึงแม้รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ในด้านของเสียงที่ส่งออกมานั้น จะอยู่ในระดับสูงสุดเพียงแค่ 65 เดซิเบล และใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงานอยู่เพียงแค่ 70 วัตต์เท่านั้นด้วยครับ


4. MITSUTA MAP570

เครื่องฟอกอากาศแบบ 6 ขั้นตอนจากแบรนด์ MITSUTA ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดค่า PM 2.5 บนอากาศ

MITSUTA MAP570 รื่เครื่องฟอกอากาศ
  • ขนาดสินค้า: 247 x 247 x 525 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 5 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 30 ถึง 70 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า: 45 วัตต์
  • ระดับเสียงในการเปิดทำงาน: 60 เดซิเบล

รุ่นนี้จัดเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศมาไว้ เพื่อจัดการกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลเป็นอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของคุณและคนในครอบครัว โดยที่ในส่วนของการใช้งานนั้นตัวเครื่องจะควบคุมการทำงานแบบอัตโนมัติ และปรับระดับแรงลมในทันทีเมื่อพบอากาศไม่บริสุทธิ์ ที่มีการสะสมตัวอยู่บนอากาศภายในห้องครับ


5. Philips AC1215

อุปกรณ์สำหรับการกรองอากาศดีไซน์การออกแบบสุดสวยงามล้ำสมัย ที่สามารถจัดวางได้ทุกมุมบ้านได้อย่างสวยงามและลงตัว

เครื่องฟอกอากาศ Philips AC1215
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 20 ถึง 58 ตารางเมตร

ต่อมาเป็นสินค้าที่ถูกผลิตมาพร้อมดีไซน์การออกแบบสุดสวยงามทันสมัย และสามารถจัดวางในทุกพื้นที่ภายในบ้านได้อย่างลงตัว จากขนาดโดยรวมที่ไม่ได้ใหญ่มากจนเกินไป และความเหมาะสมในการใช้งานที่รองรับได้ในพื้นที่ขนาดประมาณ 20 ไปจนถึง 58 ตารางเมตร ยิ่งไปกว่านั้นตัวเครื่องยังควบคุมการทำงานได้อย่างง่ายสะดวกสบาย ผ่านการใช้งานปุ่มกดระบบสัมผัสบนตัวเครื่องด้วยครับ


6. SAMSUNG AX40R3030WM/ST

เครื่องกรองอากาศจากแบรนด์ Samsung ที่สามรถเปิดทำงานได้ด้วยระดับเสียงต่ำสุดเพียงแค่ 20 เดซิเบล

SAMSUNG AX40R3030WM เครื่องฟอกอากาศ
  • ขนาดสินค้า: 350 x 640 x 350 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 9.2 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 40 ตารางเมตร
  • ระดับเสียงในการเปิดทำงาน: 48 เดซิเบล

SAMSUNG AX40R3030WM/ST เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรุ่นระดับมาตรฐานจากแบรนด์ Samsung ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับการใช้งานภายในปี 2021 นี้ จากรายละเอียดภายในส่วนต่าง ๆ ที่ได้ถูกติดตั้งมาให้ของตัวอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการใช้งานที่เหมาะสมในขนาดพื้นที่ประมาณ 40 ตารางเมตร, ระดับเสียงในการเปิดทำงานที่อยู่ในระดับต่ำสุด 2- เดซิเบล หรือแม้แต่อัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธิ์ ที่สามารถทำได้ในระดับ 311 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงครับ


7. TEFAL PT3030F0

เครื่องฟอกอากาศรุ่นขนาดมาตรฐานจากแบรนด์ TEFAL ที่รองรับการใช้งานในหลากหลายพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น

เครื่องฟอกอากาศ TEFAL PT3030F0
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 30 ถึง 120 ตารางเมตร

ถัดมาจะเป็นรุ่นระดับมาตรฐานที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานเป็นอย่างมาก จากการผลิตอากาศบริสุทธิ์ที่ทำได้ในระดับ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้งานตัวอุปกรณ์ได้กับพื้นที่ ที่มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 30 ตารางเมตรไปจนถึง 120 ตารางเมตรอย่างมีคุณภาพ รวมไปถึงในด้านของการใช้งานในสถานการณ์จริงนั้น ก็ยังเลือกปิดการทำงานได้แบบอัตโนมัติ โดยสามารถตั้งระยะเวลาล่วงหน้าได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ


8. HAFELE ECOM-088

อุปกรณ์ควบคุมคุณภาพของอากาศรุ่นขนาดเล็กกะทัดรัด ที่จัดวางบนโต๊ะส่วนต่าง ๆ ได้อย่างไม่กินพื้นที่

HAFELE ECOM-088 เครื่องฟอกอากาศ
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 20 ถึง 25 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า: 30 วัตต์
  • ระดับเสียงในการเปิดทำงาน: 60 เดซิเบล

HAFELE ECOM-088 จัดเป็นรุ่นขนาดเล็กที่มีจุดเด่นสำคัญอยู่ในเรื่องของการจัดวาง ที่สามารถทำได้อย่างไม่เปลืองพื้นที่ จากขนาดของตัวเครื่องที่เล็กลงมาจากรุ่นอื่น ๆ เป็นอย่างมาก และน้ำหนักโดยรวมเพียงไม่กี่กิโลกรัม ที่ทำให้การเคลื่อนย้ายทำได้อย่างสะดวกสบายไปด้วยในเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นจากการใช้งานแผ่นกรองแบบ HEPA Filter ก็ยังเป็นส่วนที่ช่วยให้ตัวอุปกรณ์ สามารถจัดการกับปัญหาฝุ่นรูปแบบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีแน่นอนครับ


9. Midea MDDF-09DEN3-PA6

เครื่องสร้างอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน ที่รองรับการตั้งเวลาล่วงหน้าในการเปิดทำงานได้สูงสุดถึง 24 ชั่วโมง

เครื่องฟอกอากาศ Midea MDDF-09DEN3-PA6
  • ระดับเสียงในการเปิดทำงาน: 42 เดซิเบล

หากคุณกำลังมองหารุ่นระดับมาตรฐาน ที่สามารถตอบโจทย์การเลือกซื้อเพื่อใช้งานภายในบ้านได้อย่างเหมาะสม รุ่นนี้จะจัดเป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามไปในการเลือกซื้อเลยแม้แต่น้อย จากรายละเอียดโดยรวมในส่วนต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้งานในทุกสถานการณ์ได้อย่างมีคุณภาพ และรูปลักษณ์การออกแบบของตัวเครื่อง ที่ช่วยให้สามารถจัดวางได้อย่างไม่เปลืองพื้นที่มากจนเกินไปครับ


10. Imarflex F-C042R

อุปกรณ์ฟอกอากาศสำหรับจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รองรับการจัดการปัญหาฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอนได้เป็นอย่างดี

เครื่องฟอกอากาศ Imarflex F-C042R
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน: 30 ถึง 35 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า: 57 วัตต์

สุดท้ายเป็นอีกหนึ่งรุ่นระดับทั่วไปที่ถูกออกแบบมาพร้อมกับรายละเอียดโดยรวมระดับมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสเปกการใช้งานโดยรวม หรือแม้แต่เรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกติดตั้งมาให้ ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ช่วยให้คุณสามารถใช้งานตัวอุปกรณ์ได้อย่างมีคุณภาพภายในห้อง ที่มีขนาดเริ่มขึ้น 30 ตารางเมตรไปจนถึงสูงสุด 35 ตารางเมตรด้วยกันทั้งสิ้นครับ


วิธีการเลือกซื้อ

เลือกจากขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน

สิ่งแรกที่คุณควรให้ความสนใจมากที่สุดในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศซักหนึ่งเครื่องมาไว้ในการใช้งาน จะเป็นในส่วนของขนาดพื้นที่ภายในห้อง หรือพื้นที่ที่คุณต้องการเปิดใช้งานตัวอุปกรณ์ ว่ามีขนาดมากเพียงใดหากคิดเป็นปริมาตร เนื่องจากสินค้าแต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งาน ได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ ที่แตกต่างกันออกไป ตามประสิทธิภาพ การทำงาน และ ขนาดตัวเครื่องของตัวอุปกรณ์

ดังนั้น ในการเลือกซื้อ ก็จำเป็นจะต้องมห้ความสำคัญ ไปถึงรายละเอียดในส่วนนี้ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดในการพิจารณา ด้วยเช่นกัน โดยหากคุณเลือกใช้งานสินค้าที่ไม่เหมาะสม กับ ขนาดของพื้นที่นั้น หลัก ๆ แล้วจะส่งผลให้ออกมาได้อย่าง ชัดเจนใน 2 รูปแบบ หลัก ๆ คือ หากคุณเลือกใช้งาน รุ่น สำหรับ พื้นที่ขนาดใหญ่ แต่กลับเปิดใช้งานในพื้นที่ ที่มีขนาดเล็ก จะทำให้ตัวเครื่องใช้พลังงานในการทำงานที่มากจนเกินไป จนกระทั่งทำให้ค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าอยู่ในระดับที่สูงขึ้นตามมา

หรือหากคุณ ใช้งานรุ่นสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ มากจนเกินไป จะทำให้ตัวเครื่องอาจไม่มีประสิทธิภาพมาก เพียงพอ และใช้พลังงานมากจนเกินไปในการสร้างอากาศ ให้เพียงพอต่อพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งในรูปแบบนี้อาจทำให้ตัวเครื่องมีอายุการ ใช้งานที่ค่อนข้างสั้น และเกิดความเสียหายได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นด้วยในเวลาเดียวกันครับ

พิจารณาประสิทธิภาพของระบบกรองอากาศที่ถูกติดตั้งมาให้

เรื่องของประสิทธิภาพระบบการกรองอากาศของสินค้าแต่ละรุ่น จะเป็นสิ่งที่ถูกแบ่งแยกจากกันอย่างชัดเจนตามระดับราคา ที่ทางแบรนด์ได้วางจำหน่ายสินค้าตัวนั้น ๆ มาให้เราได้เลือกซื้อ โดยที่แน่นอนว่ารุ่นที่มีระดับราคาสูงมากกว่า ก็มักจะมาพร้อมฟังก์ชันและรายละเอียดการทำงานในส่วนนี้

ที่อยู่ในระดับสูงมากกว่าหากเทียบกันกับสินค้าตัวอื่น ๆ ส่งผลให้ผลลัพพธ์สำหรับการใช้งานในด้านสุขภาพ ก็อาจอยู่ในระดับที่ดีได้มากกว่าตามไปด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามจากการที่คนเรามีงบประมาณในการเลือกซื้อแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเพื่อให้เลือกรุ่นที่เหมาะสมได้มากยิ่งขึ้น

การพิจารณา ถึงเรื่องของฟังก์ชันพื้นฐาน ที่มีความจำเป็นต่อการใช้งาน และมีผลสำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ก็ถือว่ามีคความเพียงพอสำหรับการเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้แล้วครับ

ตรวจสอบกำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการเปิดทำงานของตัวเครื่อง

ในการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท หนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามไปเลยแม้แต่น้อยในการเลือกซื้อ จะเป็นในด้านของกำลังไฟฟ้า ที่ตัวอุปกรณ์จำเป็นจะต้องใช้สำหรับการเปิดใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ เพราะรายละเอียดในส่วนนี้เป็นสิ่งที่มีผลโดยตรงต่อเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่คุณจำเป็นจะต้องจ่ายไปสำหรับการเปิดใช้งานตัวอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน

และแน่นอนว่าจากการที่คนเราต้องการจะ ประหยัด ทั้งเรื่องของงบประมาณและค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด การพิจารณาเลือกซื้อจากรุ่นที่ใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงานต่ำมากที่สุดเป็นลำดับแรก ๆ จึงถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการพิจารณา

และถึงแม้ว่ารุ่นที่สามารถทำงานได้อย่างประหยัด และ ไม่เปลืองค่าไฟฟ้า จะมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในการตัดสินใจเลือกซื้อ แต่สำหรับการพิจารณาในขั้นตอนจริง ๆ การมองข้ามรายละเอียด ด้านอื่น ๆ ที่มีผลต่อการใช้งานในสถานการณ์จริง ไม่แพ้กัน ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามไปเลย แม้แต่น้อยด้วยครับ

ให้ความสำคัญถึงเรื่องของพื้นที่ที่ใช้ในการจัดวาง

จากการที่ เครื่องฟอกอากาศ เป็นอุปกรณ์ที่จะต้องถูกจัดวางอย่างต่อเนื่อง และ ยาวนานในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งอยู่เสมอ เป็นผลให้ในเรื่องของขนาดพื้นที่ที่ใช้ในการติดตั้ง และ จัดวางตัวอุปกรณ์นั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรายละเอียด ที่คุณไม่ควรมองข้ามไป ในการเลือกซื้อ อีกหนึ่งเรื่องด้วยเช่นกัน

เพราะหากคุณเลือกใช้งานรุ่นที่มีขนาดใหญ่มากจนเกินไป สำหรับการจัดวางในพื้นที่ที่คุณต้องการ ก็อาจส่งผลให้พื้นที่ใช้สอยที่ใช้ในการจัดวางสิ่งอื่น ๆ นั้น สามารถลดลงมาได้อีกพอสมควรได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นในขั้นตอนของการตัดสินใจเลือกซื้อ จึงควรพิจารณาดูว่าสินค้าที่คุณต้องการจะเลือกซื้อนั้น สามารถจัดวางได้อย่างเหมาะสมในจุดใดของห้องเสียก่อน แล้วจึงมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในส่วนนี้ได้ดี และมีรายละเอียดโดยรวมที่รองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมมากเพียงพอครับ

คำนึงถึงระดับความดังของเสียงที่ส่งออกมาจากตัวอุปกรณ์

ถึงแม้ว่าสินค้าประเภทนี้โดยส่วนใหญ่ จะไม่ได้ถูกออกแบบมาพร้อมขนาดที่ใหญ่ มากเท่าไหร่นัก แต่การให้ความสำคัญไปถึงในส่วนของ ระดับความดังเสียง ที่ตัวอุปกรณ์จะต้องส่งออกมาให้ในการใช้งาน ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเรื่องเล็กน้อยที่คุณจะต้องตัดสินใจในการเลือกซื้อด้วยเช่นกัน จากการที่อุปกรณ์ตัวนี้มักจะต้องถูกเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงเวลาของการพักผ่อน,

การใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปภายในบ้าน หรือแม้แต่ในช่วงระยะเวลาของการนอน ซึ่งการเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงดังมากจนเกินไป จะทำให้ในภาพรวมตัวสินค้าจะรบกวนการใช้ชีวิตของคุณมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ในช่วงเวลาต่อมาก็อาจมีผลต่อสุขภาพของร่างกายได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากต้องการเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ และรบกวนการใช้ชีวิตของคุณในระดับต่ำมากที่สุด การเลือกดูจากรุ่นที่มีระดับเสียงเบามากสุดในการทำงาน จะเป็นส่วนที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

ทำไมถึงควรใช้งานเครื่องฟอกอากาศในชีวิตประจำวัน

จากที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า เครื่องฟอกอากาศ ถูกออกแบบมา สำหรับการใช้ควบคุมสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน ที่มีการลอยตัวและสะสมกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ให้มีความสะอาด และ ปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น จึงทำให้อุปกรณ์นี้ นับว่าตอบโจทย์ การใช้งานได้ดีเป็นอย่างมาก ในช่วงระยะเวลาที่มี ปัญหามลภาวะต่าง ๆ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานี้ ซึ่งสินค้าตัวดังกล่าวนั้น จะเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้มากยิ่งขึ้น

หากจะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านอย่างยาวนานตลอดทั้งวัน เพราะจะเป็นตัวที่คอยกำจัดสิ่งสกปรกบนอากาศ และคอยปรับสมดุลของออกซิเจนให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อน่างรู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการเลือกซื้อ หากต้องการรักษาสุขภาพของคุณและคนในครอบครัวไว้ให้ได้ในระดับสูงสุด โดยเฉพาะหากคุณมีผู้พักอาศัยที่เป็นกลุ่มของเด็ก

และผู้สูงอายุที่สามารถตอบสนองต่อส่วนนี้ได้มากกว่าในวัยผู้ใหญ่และวัยกลางคน ยิ่งไปกว่านั้นอุปกรณ์ประเภทนี้ยังจะเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้ได้มากยิ่งขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งคุณจะต้องมีการพักอาศัยอยู่ภายในบ้านเป็นระยะเวลานานอีกด้วยครับ

บทสรุป

เครื่องฟอกอากาศ นั้นเป็นอุปกรณ์ ที่มีความน่าสนใจในการเลือกซื้อ เป็นอย่างมาก สำหรับคนในยุคนี้ ที่จะต้องพบเจอปัญหาด้านมลภาวะ ต่าง ๆ มากมาย บนอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นและรับรู้ ได้อย่างชัดจน แต่ก็ยังมีผลระยะยาวต่อทั้งด้านร่างกาย และ สุขภาพ เป็นอย่างมาก และหากต้องการแก้ไข หรือ ป้องกันปัญหารูปแบบต่าง ๆ ที่เราได้กล่าวถึงไปในช่วงที่ผ่าน ๆ มา

การเลือกซื้อสินค้า ประเภทนี้ มาติดไว้ภายในบ้าน จะเป็นส่วนที่ช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับคุณได้ดีเป็นอย่างมาก ทั้งในช่วงเวลาของการอยู่อาศัยทั่วไปภายในบ้านและการพักผ่อน ช่วงระยะเวลากลางคืน โดยหากคุณต้องการเพิ่มความง่ายในการเลือกซื้อให้ได้มากยิ่งขึ้น ทางเราก็อยากจะแนะนำ ให้ลองค่อย ๆ ตัดสินใจและพิจารณาดูจากรายละเอียดต่าง ๆ ที่เราได้กล่าวถึงไปในช่วงที่ผ่านมาเสียก่อน

เนื่องจากรายละเอียดทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันด้วยกันทั้งสิ้น และหากคุณเองได้ลองพิจารณาถึงส่วนต่าง ๆ อย่างละเอียดและรอบคอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเลือกซื้อสินค้ารุ่นไหนดี ที่มีความเหมาะสมกับคุณ และ สามารถตอบโจทย์การเลือกซื้อ ได้ดี มากที่สุดภาย ในปี 2021 นี้ ทางเราอยากจะลองให้คุณลองเลื่อน กลับได้ดู 10 อันดับ ของสินค้า ที่เราได้แนบมา ให้ในบทความอีกหนึ่งครั้ง เพราะแต่ละรุ่นนั้น ก็นับว่ามีความโดดเด่น และ น่าสนใจในการเลือกซื้อ อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ