10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่นไหนดี ปี 2024

Updated: พฤษภาคม 14, 2024
เครื่องฟอกอากาศ Sharp ยี่ห้อไหนดี

Sharp เป็นแบรนด์อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์หนึ่ง ที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อยในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จากการมีตัวเลือกของสินค้ามากมาย ที่ครอบคลุมการใช้ในชีวิประจำวันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใช้ไฟฟ้าระดับพื้นฐานอย่าง ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่พัดลม ไปจนถึงอุปกรณ์สมัยใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

โดยเฉพาะ เครื่องฟอกอากาศ Sharp ที่ถือว่ามีตัวเลือกมากมายออกวางจำหน่ายมาให้เราสามารถพบเห็นและเลือกซื้อกันได้ ตั้งแต่สินค้าที่มีช่วงราคาสูงสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ ไปจนถึงสินค้ารุ่นราคาย่อมเยาที่เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งการเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะสมสำหรับคุณมากที่สุดนั้น ก็จะต้องพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้สามารถเลือกซื้อสินค้าในการใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ในแต่ละรุ่นของ เครื่องฟอกอากาศ จากแบรนด์ Sharp นั้น จะถูกออกแบบมาพร้อมรายละเอียดการใช้งานโดยรวม ที่มีความแตกต่างกันออกไปในช่วงของราคาที่วางจำหน่าย ส่งผลให้เราสามารถเลือกซื้อและใช้งานตามความต้องการได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งถือเป็นข้อดีของตัวเลือกสินค้าจากแบรนด์นี้ ที่สามารถครอบคลุมความต้องการของคนทุกกลุ่มได้อย่างลงตัว

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมองหาอุปกรณ์สำหรับการใช้งานภายในห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือแม้แต่การนำไปใช้งานในอาคารสำนักงาน ก็จะมีตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานของคุณอย่างแน่นอน และหากคุณสนใจในการเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์นี้ ก็สามารถทำการเลือกซื้อจากอุปกรณ์ 10 รุ่น ที่เราได้ทำการรวบรวมมาไว้ให้กับคุณในวันนี้ได้เลย

1. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J80TA-H‎
เครื่องฟอกอากาศ รุ่นขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดสูงถึง 62 ตารางเมตร
เช็คราคาและส่วนลด:

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP J80TA-H‎

2. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J60TA-W
เครื่องฟอกอากาศ รุ่นขนาด 48 ตารางเมตร ที่สามารถจัดการกับปัญหาฝุ่นขนาด PM 2.5 ได้อย่างลงตัว
เช็คราคาและส่วนลด:

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J60TA-W

3. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J40TA-W
เครื่องฟอกอากาศ Sharp มีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น กลิ่นไม่ถึงประสงค์ และแสงสว่างภายในห้อง พร้อมไฟแสดงสภาวะความสะอาดของอากาศ
เช็คราคาและส่วนลด:

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP J40TA-W

10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่นไหนดี ปี 2024

  1. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J80TA-H‎
  2. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J60TA-W
  3. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J40TA-W
  4. เครื่องฟอกอากาศ Sharp KC-G40TA-B
  5. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FU-A80TA
  6. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J30TA-A
  7. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FU-NC01-W
  8. เครื่องฟอกอากาศ Sharp IG-NX2B
  9. เครื่องฟอกอากาศ Sharp IG-GC2B-B
  10. เครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น KI-N40TA

1. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J80TA-H‎

เครื่องฟอกอากาศ รุ่นขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่ ที่มีขนาดสูงถึง 62 ตารางเมตร

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP J80TA-H‎
  • ขนาดสินค้า : 356 x 484 x 356 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 13 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 62 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด :
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด :

รุ่นแรกเป็น เครื่องฟอกอากาศ Sharp ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะอยู่ในระดับสูงสุดที่ประมาณ 62 ตารางเมตร โดยภายในของตัวเครื่องจะถูกติดตั้งการใช้งานโดยรวมมาให้มากมาย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมให้กับตัวอุปกรณ์ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการกระจายพลาสม่าคลัสเตอร์

ที่สามารถลดการสะสมตัวของแบคทีเรีย และสิ่งสกปรกบนอากาศได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลัก ๆ ของอุปกรณ์ที่ถูกออกวางจำหน่ายมาจากแบรนด์ Sharp และเซ็นเซอร์การตรวจจับฝุ่นในการใช้งาน ที่จะทำให้ตัวเครื่องสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่ ระบบ IOT ที่จะทำให้การสั่งการสิ่งต่าง ๆ ของตัวอุปกรณ์ สามารถทำได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบายในทุกช่วงเวลาที่คุณต้องการ


2. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J60TA-W

เครื่องฟอกอากาศ รุ่นขนาด 48 ตารางเมตร ที่สามารถจัดการกับปัญหา ฝุ่นขนาด PM 2.5 ได้อย่างลงตัว

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J60TA-W
  • ขนาดสินค้า : 416 x 720 x 292 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 10 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 48 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : 38 วัตต์
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : 15 เดซิเบล

Sharp FP-J60TA-W เป็นตัวเลือกของ เครื่องฟอกอากาศ ที่มีความน่าสนใจสำหรับการใช้งานเป็นอย่างมากจากแบรนด์ Sharp จากการถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ดีในระดับมาตรฐาน ภายในพื้นที่ที่มีขนาดโดยรวมประมาณ 48 ตารางเมตร จากการใช้งานกำลังไฟฟ้าโดยรวมในระดับ 38 วัตต์ และการส่งออกเสียงในการทำงาน ที่อยู่ในระดับต่ำสุดเพียง 15 เดซิเบลเพียงเท่านั้น

สำหรับในด้านของการจัดวางและใช้งาน ตัวเครื่องจะสามารถทำได้อย่างค่อนข้างประหยัดพื้นที่ และเคลื่อนย้ายการจัดวางได้อย่างไม่ลำบากมากนัก จากน้ำหนักโดยรวมที่เหมาะสมกับความสามารถในการใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของการสั่งการการทำงานต่าง ๆ ของตัวเครื่อง ก็ยังจะสามารถทำได้ผ่านส่วนควบคุม ที่ถูกติดตั้งมาให้บริเวณด้านบนของตัวเรื่อง ที่สามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ตามความเหมาะสมได้อย่างลงตัว


3. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J40TA-W

เครื่องฟอกอากาศ Sharp ที่สามารถเปิดทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องทำการดูแลตัวเครื่องตลอด 2 ปี

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP J40TA-W
  • ขนาดสินค้า : 390 x 583 x 270 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 6.2 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 30 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : 51 วัตต์
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : 15 เดซิเบล

Sharp FP-J40TA-W จัดเป็นอุปกรณ์ ที่ถูกออกวางจำห่นายมาจากแบรนด์ Sharp ที่สามารถรองรับการใช้งานในหลากหลายพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพ ภายในพื้นที่ที่มีขนาดโดยรวมสูงสุดประมาณ 30 ตารางเมตร โดยในระหว่างการเปิดทำงานตัวเครื่อง จะสามารถจัดการกับสิ่งสกปรกทุกรูปแบบ ที่ลอยตัวอยู่บนอากาศได้อย่างมีคุณภาพ ด้วยการใช้งานคุณสมบัติหลักในการพ่นอนุภาคแบบประจุบวกและลบเข้าสู่อากาศ

ช่วยให้ป้องกันการสะสมตัวของเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย และไข้หวัดรูปแบบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนในด้านของความยืดหยุ่นในการงานของตัวสินค้า คุณก็จะสามารถปรับระดับระยะเวลาในการเปิดทำงานได้ตั้งแต่ 2, 4 ไปจนถึง 8 ชั่วโมง ที่สำคัญยังมีความสะดวกสบายอยู่ในด้านของการใช้งานต่อเนื่อง ที่สามารถทำได้สูงสุดตลอด 2 ชั่วโมง จากแผ่นกรองที่ถูกติดตั้งมาให้ภายในตัวสินค้าด้วยเช่นกัน


4. เครื่องฟอกอากาศ Sharp KC-G40TA-B

อุปกรณ์ฟอกอากาศดีไซน์การออกแบบสุดทันสมัย ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานภายในบ้านขนาดทั่วไป

เครื่องฟอกอากาศ Sharp KC G40TA-B
  • ขนาดสินค้า : 345 x 631 x 262 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 9.2 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 28 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : 31 วัตต์
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : 19 เดซิเบล

Sharp KC-G40TA-B จัดเป็นตัวเลือกที่ถูกออกแบบมา ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานภายในบ้านขนาดทั่วไปได้อย่างเหมาะสม ด้วยขนาดความจุของพื้นที่ในการใช้งาน ที่ตัวอุปกรณ์สามารถรองรับได้อย่างเหมาะสมในระดับ 28 ตารางเมตร ซึ่งมีความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในทุกพื้นที่ของบ้าน

โดยในระหว่างการเปิดทำงานในตัวอุปกรณ์ จะสามารถช่วยสร้างระดับความชื้นให้กับอากาศ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการอยู่อาศัยภายในบ้านได้ ด้วยกำลังการสร้างระดับ 440 มิลลิลิตรต่อชั่วโมงด้วยในเวลาเดียวกัน ในส่วนของดีไซน์การออกแบบภายในตัวสินค้า จะให้ความรู้สึกที่ดูมีความสวยงามและทันสมัย ส่งผลให้สามารถจัดวางในทุกมุมของบ้าน และพื้นที่ที่คุณต้องการได้อย่างลงตัวและสวยงามในระดับสูงสุดอย่างแน่นอน


5. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FU-A80TA

เครื่องฟอกอากาศ Sharp ที่สามารถเลิอกปรับความแรงพัดลมในการทำงานได้ 4 ระดับ

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FU A80TA
  • ขนาดสินค้า : 402 x 620 x 245 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : –
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 62 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : 75 วัตต์
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : 23 เดซิเบล

รุ่นนี้เป็นตัวเลือกของสินค้า ที่ถูกออกแบบมา ด้วยขนาดโดยรวมที่ไม่ได้ใหญ่ มากเท่าไหร่นัก แม้จะถูกออกแบบมาให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ ภายในพื้นที่ที่มีขนาดโดยรวมสูงสุดถึง 62 ตารางเมตร จากการถูกติดตั้งระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมาให้ภายใน ด้วยการใช้งานกำลังไฟฟ้าโดยรวมในระดับ 75 วัตต์ และการส่งออกเสียงในการทำงานที่อยู่ในระดับต่ำสุดถึง 23 เดซิเบล

โดยในด้านของฟังก์ชันและ รายละเอียดการใช้งานโดยรวม ที่ถูกติดตั้งมาให้ภายในของตัวสินค้า ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับสูงและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับสุขภาพของร่างกายของผู้ที่อยู่ภายในบ้าน ที่สำคัญตัวเครื่องยังสามารถปรับระดับความเหมาะสม ในด้านของการใช้งานแรงลมในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างยืดหยุ่นถึง 4 ระดับอีกด้วย


6. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP-J30TA-A

เครื่องฟอกอากาศ จากแบรนด์ Sharp ที่มาพร้อมขนาดเล็กกะทัดรัดจัดวางได้ อย่างไม่เปลืองพื้นที่

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FP J30TA-A
  • ขนาดสินค้า : –
  • น้ำหนัก : –
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 23 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : –
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : –

Sharp FP-J30TA-A นับเป็นตัวเลือกของสินค้ารุ่นขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ถูกออกวางจำหน่ายมาให้คุณสามารถเลือกซื้อได้ จากตัวเลือกของเครื่องฟฟอกอากาศ Sharp ที่มีออกวางจำหน่ายมาในช่วงเวลาปัจจุบัน ส่งผลให้สามารถจัดวางในมุมต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการได้อย่างประหยัดพื้นที่ โดยเฉพาะภายในห้องที่มีขนาดโดยรวมไม่เกิน 23 ตารางเมตรเป็นต้นไป

ซึ่งถึงแม้ในภาพรวมของการใช้งานตัวสินค้า จะเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีขนาดโดยรวมไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ในด้านของประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของตัวสินค้า ก็จัดได้ว่ามีความคุ้มค่าและสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างทั่วถึงในทุกมุมอย่างแน่นอน


7. เครื่องฟอกอากาศ Sharp FU-NC01-W

อุปกรณ์ฟอกอากาศจากแบรนด์ Sharp ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถจัดวางในการใช้งานบนโต๊ะได้อย่างเหมาะสม

เครื่องฟอกอากาศ Sharp FU NC01-W
  • ขนาดสินค้า : 190 x 190 x 330 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : –
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 10 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : 20 วัตต์
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : 22 เดซิเบล

สำหรับรุ่นนี้เป็นอุปกรณ์จากแบรนด์ Sharp ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในพื้นที่จำกัด ซึ่งมีขนาดเล็กโดยรวมประมาณ 10 ตารางเมตร โดยตัวอุปกรณ์จะสามารถเปิดทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้งานกำลังไฟฟ้าโดยรวมในระดับ 20 วัตต์ และการส่งออกเสียงมาในการทำงานเพียง 22 เดซิเบลเพียงเท่านั้น ส่งผลให้นอกจากจะสามารถประหยัดพลังงาน

สำหรับการเปิดทำงานในระยะยาวได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังจะไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการทำกิจวัตรต่าง ๆ ภายในพื้นที่ที่คุณทำการเปิดทำงานด้วยในเวลาเดียวกัน ส่วนในด้านของความเหมาะสมในการจัดวาง ตัวเครื่องจะสามารถทำได้บนโต๊ะทุกพื้นที่อย่างลงตัว จากขนาดโดยรวมของสินค้าที่ไม่มากจนเกินไป อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์การใช้งานในลักษณะอื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยการถูกติดตั้งไฟสำหรับการส่องสว่างมาให้ภายในตัวอุปกรณ์ด้วยในเวลาเดียวกัน


8. เครื่องฟอกอากาศ Sharp IG-NX2B

เครื่องฟอกอากาศ Sharp ที่ถูกออกแบบมา สำหรับการใช้งานภายในรถยนต์ขนาดต่าง ๆ โดยเฉพาะ

เครื่องฟอกอากาศ Sharp IG-NX2B
  • ขนาดสินค้า : 78 x 165 x 65 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 0.295 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 3.6 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : 1.4 วัตต์
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : 19 เดซิเบล

เครื่องฟอกอากาศ Sharp ตัวนี้เป็นตัวเลือกของสินค้า ที่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถ และความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างออกมาจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยการถูกผลิตขึ้นมาให้เป็นอุปกรณ์ สำหรับการใช้งานภายในรถยนต์ จากประสิทธิภาพการทำงานในระดับมาตรฐานโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อคุณเปิดการทำงานของตัวสินค้า จะสามารถฟอกอากาศได้อย่างเหมาะสมภายในพื้นที่ ที่มีขนาดโดยรวมมประมาณ 3.6 ตารางเมตร จากการสร้างแรงลมระดับสูงสุดที่ประมาณ 0.08 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

และคุณจะสามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ได้ทั้งหมดถึง 3 ระดับ สำหรับเรื่องของดีไซน์การออกแบบในตัวสินค้า จะมีความหลากหลายในเรื่องของรูปแบบสี ออกมาให้เราสามารถเลือกซื้อและใช้งานได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ตามความชื่นชอบและความเหมาะสมในการออกแบบภายในของรถยนต์แต่ละรุ่น


9. เครื่องฟอกอากาศ Sharp IG-GC2B-B

เครื่องฟอกอากาศ แบบใช้งานภายใน รถยนต์ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์การออกแบบสุดสวยงามและดูทันสมัย

เครื่องฟอกอากาศ Sharp IG GC2B-B
  • ขนาดสินค้า : 74 x 74 x 162 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 0.26 กิโลกรัม
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : –
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : 1.9 วัตต์
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : 19 เดซิเบล

Sharp IG-GC2B-B นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ถูกออกแบบมา ให้สามารถใช้งานภายในรถยนต์ได้เช่นเดียวกันกับในรุ่นที่ผ่านมา โดยตัวสินค้าจะถูกออกแบบมาพร้อมรูปลักษณ์สุดทันสมัย ซึ่งทำให้สามารถจัดวางภายในรถยนต์ได้อย่างสวยงาม และจากการมีขนาดโดยรวมของสินค้าที่ไม่มากจนเกินไป ก็เป็นผลให้การจัดวางสามารถทำได้อย่างประหยัดพื้นที่ด้วยในเวลาเดียวกัน

สำหรับในด้านของการใช้งานภายในตัวสินค้า จะมีการติดตั้งส่วนต่าง ๆ มาให้มากมาย ที่ล้วนแล้วแต่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีเป็นอย่างมากด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะจากฟังก์ชันการปิดการทำงานแบบอัตโนมัติ ที่จะทำงานทันทีหลังจากการเปิดเครื่องเป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมง ช่วยให้คุณสามารถประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ของรถยนต์ได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญตัวสินค้าก็ยังส่งออกเสียงรบกวน ที่ไม่มีผลต่อระหว่างการเดินทางมากจนเกินไปอีกด้วย


10. เครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น KI-N40TA

เครื่องฟอกอากาศ รุ่นขนาด 28 ตารางเมตร ที่เหมาะสำหรับการใช้งานภายในห้องหรือคอนโดมิเนียม

เครื่องฟอกอากาศ SHARP ระบบไอน้ำ รุ่น KI-N40TA
  • ขนาดสินค้า : 384 x 619 x 230 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : –
  • ขนาดพื้นที่ในการใช้งานที่เหมาะสม : 28 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้าในการทำงานสูงสุด : –
  • ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด : –

SHARP Air Purifier รุ่น KI-N40TA เป็น เครื่องฟอกอากาศ ระบบไอน้ำ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ในห้องขนาด 28 ตารางเมตร หนึ่งในจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้ คือระบบ AIoT อันชาญฉลาด ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องได้อย่างสะดวกผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเวลาใดก็ตาม นอกจากนี้เครื่องยังมาพร้อมกับระบบควบคุมความชุ่มชื้นด้วยไอน้ำ ที่ช่วยให้อากาศภายในห้องสะอาด และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพผิวอีกด้วย

ในส่วนของการฟอกอากาศ นั้น SHARP KI-N40TA ใช้เทคโนโลยี Plasmacluster ความเข้มข้นสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองมลพิษ โดยอนุภาคพลาสม่าคลัสเตอร์ถูกปล่อยออกมาเพื่อกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราอีกด้วย

นอกจากนี้เครื่องยังมีกระบวนการกรองอากาศ 3 ขั้นตอน ได้แก่ แผ่นกรองชั้นแรกสำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ แผ่นกรองกลิ่นเพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และแผ่นกรอง HEPA ที่มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก

SHARP Air Purifier รุ่น KI-N40TA เป็นตัวเลือกที่น่าสนสำหรับผู้ที่ต้องการ เครื่องฟอกอากาศ คุณภาพสูง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับทุกคนที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน


จุดเด่นของ เครื่องฟอกอากาศ Sharp

  • เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster) เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญของเครื่องฟอกอากาศ Sharp เทคโนโลยีนี้สามารถกำจัดสารก่อภูมิแพ้ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อากาศภายในบ้านของคุณสะอาด บริสุทธิ์ และปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว
  • นอกจากนี้ เครื่องฟอกอากาศ Sharp ยังมาพร้อมกับระบบกรองอากาศแบบหลายชั้น ที่ประกอบด้วยแผ่นกรองชนิดต่างๆ เช่น Pre-filter สำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่, HEPA filter สำหรับดักจับฝุ่นละเอียด PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ และ Activated carbon filter สำหรับดูดซับกลิ่นอับและสารระเหยที่ไม่พึงประสงค์ ระบบกรองอากาศที่ครบครันนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอากาศภายในบ้านของคุณจะสะอาดและปราศจากมลพิษ
  • เครื่องฟอกอากาศ Sharp ยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โหมดเร่งความเร็วพัดลม (Haze Mode) ที่ช่วยฟอกอากาศได้อย่างรวดเร็วยามที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูงมาก, โหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ที่ช่วยให้เครื่องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดไฟในเวลาเดียวกัน, ตัวตรวจจับความเข้มข้นของฝุ่นละออง (Dust Sensor) ที่แสดงคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ผ่านไฟ LED หลากสี และรีโมทคอนโทรลที่ให้คุณควบคุมการทำงานได้อย่างสะดวกสบาย
  • เครื่องฟอกอากาศ Sharp ยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย และกะทัดรัด เหมาะสำหรับตกแต่งภายในบ้านได้ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงาน เครื่องฟอกอากาศ Sharp จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทุกครอบครัว ที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากคุณกำลังมองหา เครื่องฟอกอากาศ ที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพสูง และมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เครื่องฟอกอากาศจาก Sharp จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน

วิธีเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ sharp

การเลือก เครื่องฟอกอากาศ เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการมีคุณภาพอากาศที่ดีภายในบ้าน เครื่องฟอกอากาศ Sharp เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับความนิยม และความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศจาก Sharp วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกเครื่องฟอกอากาศมาฝากกัน

พิจารณาขนาดของห้องและพื้นที่ใช้งาน

สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงในการเลือกเครื่องฟอกอากาศ Sharp คือขนาดของห้อง หรือพื้นที่ ที่คุณต้องการใช้งาน เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นมีความสามารถในการฟอกอากาศที่แตกต่างกันตามขนาดของห้อง โดยทั่วไปแล้ว Sharp จะระบุพื้นที่ใช้งานที่เหมาะสมสำหรับเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นไว้อย่างชัดเจน เช่น เหมาะสำหรับห้องขนาด 20-30 ตารางเมตร หรือ 40-50 ตารางเมตร เป็นต้น

การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานจะช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หากเลือกเครื่องที่มีขนาดเล็กเกินไป เครื่องอาจต้องทำงานหนักและไม่สามารถฟอกอากาศได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน หากเลือกเครื่องที่มีขนาดใหญ่เกินไป ก็จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น ดังนั้น การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดพอดีกับพื้นที่ใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก

ตรวจสอบค่า CADR และประสิทธิภาพการฟอกอากาศ

CADR หรือ Clean Air Delivery Rate เป็นค่าที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการฟอกอากาศของเครื่อง โดยจะวัดปริมาณอากาศที่ผ่านการฟอกในหนึ่งหน่วยเวลา (ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที) ค่า CADR ยิ่งสูง แสดงว่าเครื่องฟอกอากาศมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศสูงและสามารถทำความสะอาดอากาศได้เร็วกว่า

เครื่องฟอกอากาศ Sharp มักจะแสดงค่า CADR สำหรับสารมลพิษ 3 ชนิด ได้แก่ ฝุ่นละออง, สารก่อภูมิแพ้ และควันบุหรี่ ซึ่งเป็นสารมลพิษหลักที่พบได้ทั่วไปในอากาศ การเลือกเครื่องที่มีค่า CADR สูงจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเครื่องฟอกอากาศมีประสิทธิภาพในการกำจัดสารมลพิษได้ดี และสามารถสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากค่า CADR แล้ว ควรพิจารณาประสิทธิภาพการกรองอากาศผ่านระบบกรองแบบต่างๆ ด้วย

เช่น HEPA filter ที่สามารถดักจับฝุ่นละเอียดขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน ได้มากกว่า 99.97%, Activated carbon filter ที่ช่วยกำจัดกลิ่นและสารเคมีต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยี Plasmacluster Ion ที่ปล่อยประจุบวกและลบออกมาทำลายเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีระบบกรองอากาศที่หลากหลายและครอบคลุมจะช่วยสร้างอากาศที่บริสุทธิ์และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ฟังก์ชันการทำงานและการใช้งาน

เครื่องฟอกอากาศ Sharp มาพร้อมกับฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานและตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้ ตัวอย่างฟังก์ชันที่น่าสนใจ ได้แก่
โหมดอัตโนมัติ (Auto Mode): เครื่องจะปรับการทำงานโดยอัตโนมัติตามระดับความเข้มข้นของสารมลพิษในอากาศ ช่วยประหยัดพลังงานและทำงานตามสภาพอากาศจริง
โหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode): เครื่องจะทำงานด้วยพัดลมความเร็วต่ำเพื่อประหยัดไฟ เหมาะสำหรับใช้ในเวลากลางคืนหรือช่วงที่อากาศค่อนข้างบริสุทธิ์อยู่แล้ว
ระบบตรวจจับฝุ่นอัจฉริยะ (Intelligent Dust Sensor): ตรวจจับความเข้มข้นของฝุ่นละอองในอากาศแบบเรียลไทม์ และแสดงผลผ่านไฟ LED หลากสี ช่วยให้รับรู้ถึงคุณภาพอากาศในห้องได้ทันที
ตัวตั้งเวลา (Timer): ตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องได้ตามต้องการ เช่น ตั้งเวลาให้เครื่องทำงาน 2, 4 หรือ 8 ชั่วโมง ช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดพลังงาน

การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีฟังก์ชันการทำงานที่ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณจะช่วยให้การใช้งานสะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรศึกษารายละเอียดของแต่ละฟังก์ชันให้ดีและเลือกเฉพาะฟังก์ชันที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อการใช้งานจริงเท่านั้น

ดีไซน์และขนาดของเครื่อง

อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือดีไซน์และขนาดของเครื่องฟอกอากาศ เพราะนอกจากจะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับความสวยงามและความลงตัวกับการตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย
เครื่องฟอกอากาศ Sharp มีให้เลือกหลากหลายทั้งรูปทรงและขนาด ตั้งแต่เครื่องขนาดเล็กที่เหมาะสำหรับพกพา ไปจนถึงเครื่องขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับใช้ในห้องขนาดใหญ่หรือสำนักงาน การเลือกขนาดเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยให้สามารถวางเครื่องได้อย่างลงตัว ไม่เกะกะหรือหนาแน่นจนเกินไป

ในส่วนของดีไซน์ เครื่องฟอกอากาศ Sharp มักจะมาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย เรียบหรู และมีสีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีขาว ดำ น้ำตาล หรือสีอื่นๆ การเลือกสีที่ตรงกับสไตล์การตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านจะช่วยเพิ่มความสวยงามและกลมกลืนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงตำแหน่งวางเครื่องด้วย เพราะเครื่องฟอกอากาศจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อได้รับอากาศหมุนเวียนที่ดี ดังนั้น ควรเลือกวางเครื่องในตำแหน่งที่อากาศสามารถไหลเวียนได้สะดวก ไม่มีสิ่งกีดขวาง และห่างจากผนังหรือเฟอร์นิเจอร์อย่างน้อย 20-30 ซม. เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้เต็มที่และฟอกอากาศภายในห้องได้อย่างทั่วถึง

ค่าใช้จ่ายในระยะยาว

สุดท้าย สิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาคือค่าใช้จ่ายในระยะยาว แม้ว่า เครื่องฟอกอากาศ จะเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่า แต่ก็ควรคำนวณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ
ในส่วนของค่าไฟฟ้า ให้เลือกเครื่องฟอกอากาศ Sharp ที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือมีค่ากำลังไฟฟ้าไม่สูงมากนัก เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาว อีกทั้งควรศึกษาวิธีใช้งานอย่างถูกต้องและเลือกใช้โหมดประหยัดพลังงานในช่วงที่เหมาะสมเพื่อลดการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

สำหรับค่าใช้จ่ายในการ เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ ให้ตรวจสอบอายุการใช้งานของแผ่นกรอง โดยปกติแล้ว HEPA filter มักจะมีอายุการใช้งานประมาณ 2-5 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและระดับมลพิษในอากาศ ส่วน Activated carbon filter อาจมีอายุการใช้งานสั้นกว่า ประมาณ 3-6 เดือน ดังนั้น ควรเช็คราคาและความถี่ในการเปลี่ยนแผ่นกรองแต่ละชนิดเพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในระยะยาวให้แม่นยำ

นอกจากนี้ บางรุ่นของ เครื่องฟอกอากาศ Sharp อาจมีแผ่นกรองพิเศษที่สามารถนำไปล้างทำความสะอาดได้ ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแผ่นกรองใหม่ได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้ ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองแบบล้างทำความสะอาดได้ เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว

ฟิลเตอร์ของ เครื่องฟอกอากาศ Sharp

เครื่องฟอกอากาศ Sharp มาพร้อมกับระบบกรองอากาศ ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วยแผ่นกรองหลากหลายประเภทที่ทำงานร่วมกันเพื่อขจัดสารมลพิษในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง, สารก่อภูมิแพ้, กลิ่นไม่พึงประสงค์ และเชื้อโรคต่างๆ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฟิลเตอร์แต่ละประเภทของเครื่องฟอกอากาศ Sharp กันว่ามีอะไรบ้าง และแต่ละชนิดมีหน้าที่อย่างไร

  • Pre-filter (แผ่นกรองขั้นต้น) Pre-filter เป็นแผ่นกรองชั้นแรกที่ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เส้นผม ขนสัตว์เลี้ยง และเศษสิ่งสกปรกต่างๆ ก่อนที่จะเข้าสู่แผ่นกรองชั้นถัดไป ช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นกรองอื่นๆ และรักษาประสิทธิภาพการฟอกอากาศโดยรวม Pre-filter สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ ควรทำความสะอาดทุกๆ 2-4 สัปดาห์ หรือเมื่อเห็นฝุ่นสะสมชัดเจน
  • HEPA filter (แผ่นกรองอากาศชนิดละเอียด) HEPA filter เป็นแผ่นกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับอนุภาคขนาดเล็ก โดยสามารถกรองฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% ทำให้อากาศบริสุทธิ์และปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ

    นอกจากฝุ่นละอองแล้ว HEPA filter ยังสามารถกรองสารก่อภูมิแพ้อย่างเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น และขี้ไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยทั่วไป HEPA filter จะมีอายุการใช้งาน 2-5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้และปริมาณฝุ่นในอากาศ เมื่อถึงเวลาเปลี่ยน ไฟแสดงเตือนบนเครื่องฟอกอากาศจะแจ้งเตือนให้ทราบ ซึ่งควรเปลี่ยนตามคำแนะนำเพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • Activated carbon filter (แผ่นกรองถ่านกัมมันต์)Activated carbon filter หรือแผ่นกรองถ่านกัมมันต์ มีหน้าที่ในการดูดซับกลิ่นอับ สารเคมีระเหยในอากาศ ควันบุหรี่ และสารมลพิษอื่นๆ เป็นแผ่นกรองที่ช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และทำให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่นมากขึ้น

    แผ่นกรองถ่านกัมมันต์มักจะอยู่ในชั้นสุดท้ายของระบบกรองอากาศ ซึ่งสามารถดูดซับกลิ่นและสารระเหยได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังจากผ่าน Pre-filter และ HEPA filter มาแล้ว ถ่านกัมมันต์จะมีความสามารถในการดูดซับที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยกว่า HEPA filter โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน เช่น ถ้ามีการสูบบุหรี่ในบ้าน อาจต้องเปลี่ยนถ่านกัมมันต์บ่อยขึ้น

จะเห็นได้ว่า ฟิลเตอร์ของ เครื่องฟอกอากาศ Sharp นั้นมีความหลากหลายและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ฟิลเตอร์ขั้นต้นไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างพลาสม่าคลัสเตอร์ การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มาพร้อมกับฟิลเตอร์ครบครัน จะช่วยให้อากาศภายในบ้านของคุณสะอาด บริสุทธิ์ และปลอดภัยจากมลพิษได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม อย่าลืมดูแลรักษาและเปลี่ยนฟิลเตอร์ ตามคำแนะนำ เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณและคนที่คุณรักตลอดไป

บทสรุป

ไม่ว่าคุณจะต้องการ เครื่องฟอกาอากาศ สำหรับการใช้งานภายในพื้นที่ หรือรูปแบบของพื้นที่ในลักษณะใด เครื่องฟอกอากาศ Sharp ก็จะมีอุปกรณ์ที่สามารถตอบโจทย์ตามความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน เนื่องจากสินค้าในแบรนด์นี้จะมีอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก ที่เราสามารถพบเห็นได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ที่ถือได้ว่ามีความสะดวกสบายมากที่สุดในการเลือกซื้อสินค้า

สำหรับการเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้มาไว้ในการใช้งาน จะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งคุณจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนมากที่สุด ส่งผลให้คุณสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ค่อนข้างง่าย เมื่อเทียบกันกับตัวเลือกของ อุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเลือกซื้อสินค้า ให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ก็จำเป็นจะต้องเปรียบเทียบแต่ละรุ่น ให้ดีได้มากที่สุดตามไปด้วยเช่นกัน

Contact us:

homestyle.in.th@gmail.com

Copyright homestyle.in.th All Rights Reserved.