10 อันดับ เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ปี 2024

Updated: มกราคม 21, 2024
เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี

วิธีการเลือกสินค้าของเรา

products
31
สินค้าที่วิเคราะห์

hours
27h
ใช้เวลา

articles
14
ผู้เชี่ยวชาญที่สัมภาษณ์

comments
246
ความคิดเห็นของผู้ใช้

เครื่องดูดความชื้นเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้าสมัยใหม่ ที่กำลังได้รับความนิยมในการเลือกซื้อและเลือกใช้งานเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ บนอากาศ และเทรนด์การทำงานแบบ Work from home ที่จะทำให้คุณต้องใช้ชีวิต อยู่ภายในบ้านเป็นระยะเวลายาวนานมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น

ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้ จะเป็นส่วนที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตในลักษณะนี้ของคุณได้ดีเป็นอย่างมาก จากความสามารถของตัวอุปกรณ์ที่จะคอยควบคุมความชื้นบนอากาศ และลดการสะสมตัวของเชื้อโรคที่มีการสะสมตัวอยู่ภายในบริเวณบ้านของคุณ ในขณะที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายให้กับการใช้ชีวิตประจำวันในทุกมุมของบ้านไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย ที่เราจะพบเห็นสินค้าประเภทนี้ถูกใช้งานอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ มากมาย ทั้งในบ้านทั่วไป, หอพัก, ห้องคอนโด, อาคารสำนักงาน หรือแม้แต่ตามห้างสรรพสินค้าและร้านค้าบางแห่ง และจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในช่วงเวลานี้

จึงทำให้ตัวเลือกสินค้าที่มีออกวางจำหน่ายมาให้เราเลือกซื้อกันได้ในปัจจุบันนั้นมีการเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนหลากหลายประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยที่ในส่วนของความหลากหลายที่เราสามารถพบเห็นกันได้นั้น

หลัก ๆ แล้วก็จะประกอบไปด้วยเรื่องของคุณภาพสินค้า, รูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบ, แบรนด์ของสินค้าที่ออกวางจำหน่าย ไปจนถึงเรื่องของระดับราคา เพราะฉะนั้นจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าซักหนึ่งรุ่น ทำได้ค่อนข้างลำบากมากขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมาอีกพอสมควร และเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ในวันนี้เราจึงได้ทำการรวบรวม 10 สินค้า น่าซื้อในราคาสุดคุ้มค่า มาให้คุณลองเลือกชมไปพร้อมกันกับเราในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว

1. HOMEMATE HOM-16H458
เครื่องดูดความชื้น รุ่นระดับสูงจากแบรนด์ HOMEMATE ที่รองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ขนาดใหญ่ 45 ตารางเมตร

เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE HOM-16H458

2. Bwell BDH-30
อุปกรณ์สำหรับดูดความชื้นจากแบรนด์ Bwell ที่ถูกออกแบบมาพร้อมรูปลักษณ์สุดหรูหรา และช่วยยกระดับภายในบ้านของคุณให้ดูสวยงามได้มากยิ่งขึ้น

เครื่องดูดความชื้น Bwell BDH-30

3. HOMEMATE HOM-1630L2
เครื่งดดูดความชื้นภายในอากาศที่สามารถลดความชื้นภายในห้องได้ในปริมาณสูงสุด 30 ลิตรในหนึ่งวัน

เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE HOM-1630L2
Lazada brand day Bosch

10 อันดับ เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ปี 2024

  1. HOMEMATE HOM-16H458
  2. Bwell BDH-30
  3. HOMEMATE HOM-1630L2
  4. เครื่องดูดความชื้น Xiaomi
  5. HOMEMATE HOM-1612L2
  6. Deerma WIDETECH WDH312ENW1
  7. Biaowang Dehumidifier
  8. Simplus Dehumidifiers
  9. NFY Air Dehumidifier
  10. Deerma CS90M

1. HOMEMATE HOM-16H458

เครื่องดูดความชื้น รุ่นระดับสูง จากแบรนด์ HOMEMATE ที่รองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ขนาดใหญ่ 45 ตารางเมตร

เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE HOM-16H458
  • ขนาดสินค้า : 410 x 265 x 265 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : 45 ลิตรต่อวัน
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 45 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 640 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : 48 เดซิเบล

รุ่นแรก เป็นรุ่นระดับสูง ที่ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ ได้อย่างลงตัว ด้วยประสิทธิภาพการดูดความชื้นที่ทำได้อย่างมีคุณภาพภายในพื้นที่ ขนาด 45 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าเป็นขนาดพื้นที่ที่ใหญ่มากหากเทียบกันกับรุ่นอื่น ๆ โดยที่ในส่วนของรูปลักษณ์ดีไซน์ การออกแบบของตัวสินค้า ก็เรียกได้ว่ามีความสวยงามทันสมัยอยู่ไม่น้อย รวมไปถึงยังช่วยยกระดับให้บ้านของคุณดูหรูหราได้มากยิ่งขึ้นในเวลาเดียวกันด้วยครับ


2. Bwell BDH-30

อุปกรณ์ สำหรับ ดูดความชื้น จาก แบรนด์ Bwell ที่ถูกออกแบบมาพร้อมรูปลักษณ์ สุดหรูหรา และช่วยยกระดับภายในบ้านของคุณให้ดูสวยงามได้มากยิ่งขึ้น

เครื่องดูดความชื้น Bwell BDH-30
  • ขนาดสินค้า : 370 x 250 x 585 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : 30 ลิตรต่อวัน
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 30 ถึง 50 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 510 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : 51 เดซิเบล

ถัดมาเป็นหนึ่งในรุ่นที่มีความน่าสนใจในการใช้งานสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นอย่างมาก จากความสามารถในการทำงานของตัวสินค้า ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัวภาย ในพื้นที่ขนาด 30 ไปจนถึง 50 ตารางเมตร ด้วยขนาดความจุในการลดความชื้น 30 ลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอสำหรับการใช้งานภายในพื้นที่ดังกล่าวมากพอแล้ว


3. HOMEMATE HOM-1630L2

เครื่งดดูดความชื้นภายในอากาศที่สามารถลดความชื้นภายในห้องได้ในปริมาณสูงสุด 30 ลิตรในหนึ่งวัน

เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE HOM-1630L2
  • ขนาดสินค้า : 330 x 230 x 504 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : 30 ลิตรต่อวัน
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 25 ถึง 30 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 600 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : 45 เดซิเบล

HOMEMATE HOM-1630L2 เป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่มีประสิทธิภาพการทำงานจัดอยู่ในระดับสูง มากหากเทียบกันกับรุ่นอื่น ๆ ด้วยความสามารถในการลดความชื้นภายในห้อง ที่ทำได้สูงสุด 30 ลิตรภายในระยะเวลา 1 วัน และการส่งออกระดับเสียงสูงสุดที่ส่งออกมาเพียงแค่ 45 เดซิเบล โดยที่ทั้งหมดนี้ทำให้ตัวอุปกรณ์รองรับการใช้งานได้ภายในพื้นที่ ที่มีขนาดสูงสุดถึง 30 ตารางเมตรเลยทีเดียว


4. เครื่องดูดความชื้น Xiaomi

อุปกรณ์สำหรับดูดความชื้นจากแบรนด์ Xiaomi ที่ครอบคลุมการใช้งานได้ในพื้นที่ ที่มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 5 ไปจนถึงสูงสุดที่ 40 ตารางเมตร

เครื่องดูดความชื้น Xiaomi NEW WIDETECH Internet Smart Home Dehumidifier-18L Hygroscopic Dehumidifier
  • ขนาดสินค้า : 334 x 220 x 470 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : 18 ลิตรต่อวัน
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 5 ถึง 40 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 240 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : 38 เดซิเบล

รุ่นนี้เป็นรุ่นระดับมาตรฐาน ที่ยังคงตอบโจทย์การใช้งานได้ในพื้นที่ ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่หากเทียบกันกับรุ่นอื่น ๆ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่เริ่มต้นตั้งแต่ 5 ไปจนถึงสูงสุด 40 ตารางเมตร ด้วยความสามารถในการลดความชื้นสูงสุด ที่ทำได้ในระดับ 18 ลิตร ต่อวัน และการส่งออกระดับเสียงเพียงแค่ 38 เดซิเบล นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการทำงานรูปแบบอื่น ๆ ที่จะคอยอำนวยความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตถูกติดตั้งมาให้อีกด้วยครับ

Shopee home promotion

5. HOMEMATE HOM-1612L2

เครื่องสำหรับ ดูดความชื้น จากแบรนด์ HOMEMATE ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องนอนและห้องทำงานขนาดเล็ก

เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE HOM-1612L2
  • ขนาดสินค้า : 256 x 203 x 415 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : 12 ลิตรต่อวัน
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 12 ถึง 15 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 175 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : 42 เดซิเบล

HOMEMATE HOM-1612L2 เรียกได้ว่าเป็น รุ่นขนาดมาตรฐาน ที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมภายในห้องขนาดเล็ก อย่างห้องนอนและห้องทำงาน ด้วยประสิทธิภาพการลดความชื้นที่ทำได้ในระดับ 12 ลิตรต่อวัน ภายในพื้นที่ การทำงานขนาด 12 ไป จนถึง 15 ตารางเมตร โดยที่ในส่วนของการทำงานจะใช้กำลังไฟฟ้าแค่ 175 วัตต์เพียงเท่านั้น


6. Deerma WIDETECH WDH312ENW1

อุปกรณ์ ดูดความชื้น จากแบรนด์ Deerma ที่จัดวางได้อย่างลงตัวและสวยงามในทุกมุมของบ้าน

เครื่องดูดความชื้น Deerma WIDETECH WDH312ENW1
  • ขนาดสินค้า : 12 ลิตรต่อวัน
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : 12 ลิตรต่อวัน
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 21 ถึง 30 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : –
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : –

Deerma WIDETECH WDH312ENW1 เป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่มาพร้อมประสิทธิภาพการดูดความชื้นสูงสุดในระดับ 12 ลิตรต่อวัน และรองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดีในพื้นที่ขนาด 21 ไปจนถึง 30 ตารางเมตร โดยที่ในส่วนของรูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบ จะนับว่าค่อนข้างมีความสวยงามและดูหรูหราล้ำสมัย ส่งผลให้รองรับการจัดวางในทุกมุมของบ้านได้อย่างสวยงามและลงตัวครับ


7. Biaowang Dehumidifier

เครื่องฟอกอากาศ พร้อมดูดความชื้น รุ่นคุณภาพสูง ที่สั่งการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านการใช้งานรีโมทคอนโทรล

เครื่องดูดความชื้น Biaowang Dehumidifier
  • ขนาดสินค้า : 245 x 137 x 375 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : –
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : –
  • กำลังไฟฟ้า : 90 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : –

สำหรับรุ่นนี้จะถือเป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่มีความหลากหลายในการใช้งานเป็นอย่างมาก จากการถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งในลักษณะของอุปกรณ์สำหรับฟอกอากาศ และเป็นเครื่องดูดความชื้นไปด้วยในเวลาเดียวกัน จึงทำให้ภายในเครื่องเดียวนับว่าค่อนข้างตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น และเป็นการประหยัดงบประมาณในการเลือกซื้ออุปกรณ์ทั้งสองประเภทได้ดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


8. Simplus Dehumidifiers

เครื่องลดความชื้น ในอากาศที่ทำงานได้ด้วย ระดับเสียงที่ต่ำ และประหยัดพลังงานได้เป้นอย่างดีไปด้วยในเวลาเดียวกัน

เครื่องดูดความชื้น Simplus Dehumidifiers
  • ขนาดสินค้า : 146 x 146 x 227 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : –
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 5 ถึง 15 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 23 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : 35 เดซิเบล

หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ ที่ช่วยให้คุณสามารถอยู่อาศัยภายในบ้านได้อย่างรู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น รุ่นนี้จะนับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณเป็นอย่างมาก จากความสามารถในการทำงานของตัวอุปกรณ์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 5 ไปจนถึง 15 ตารางเมตร โดยใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงานเพียง 23 วัตต์ และส่งออกระดับเสียงออกมาเพียง 35 เดซิเบลเพียงเท่านั้นครับ


9. NFY Air Dehumidifier

เครื่องดูดความชื้น ในอากาศรุ่นขนาดเล็ก ที่จัดวางในทุกพื้นที่ของบ้านได้อย่างไม่เปลืองพื้นที่มากจนเกินไป

เครื่องดูดความชื้น NFY Air Dehumidifier
  • ขนาดสินค้า : 0.45 ลิตรต่อวัน
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : 0.45 ลิตรต่อวัน
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 25 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 65 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน :

NFY Air Dehumidifier เป็นหนึ่งใน เครื่องลดความชื้น ภายในบ้าน ที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดไม่เกิน 25 ตารางเมตร ด้วยการใช้กำลังไฟฟ้าที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ หากเทียบกันกับหลาย ๆ รุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยที่จุดเด่นสำคัญของตัวสินค้าจะเป็นในเรื่องของการจัดวาง ที่ทำได้อย่างไม่เปลืองพื้นที่มากจนเกินไปนั่นเองครับ


10. Deerma CS90M

เครื่องลดความชื้น ขนาดเล็กรูปทรงแคปซูลจาก แบรนด์ Deerma ที่รองรับการจัดวางบนโต๊ะทำงานของทุกห้องได้อย่างเหมาะสม

เครื่องดูดความชื้น Deerma CS90M
  • ขนาดสินค้า : 75 x 75 x 206 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการทำงานสูงสุด : –
  • ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน : 5 ตารางเมตร
  • กำลังไฟฟ้า : 20 วัตต์
  • ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการทำงาน : –

สุดท้ายเป็นรุ่นขนาดเล็กจาก แบรนด์ Deerma ที่รองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดีให้ห้องนั้น หรือหอพักที่มีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 5 ตารางเมตร ด้วยความสามารถในการดูดซับความชื้นของตัวเครื่อง ที่ทำได้แบบ 360 องศารอบพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับการจัดวางในเฟอร์นิเจอร์อย่างตู้เสื้อผ้าหรือชั้นวางหนังสือ จากขนาดของตัวสินค้าที่มีความเล็กะทัดรัดเป็นอย่างมากอีกด้วยครับ


ทำไมถึงควรเลือก ซื้อเครื่องดูดความชื้น มาไว้ในการใช้งาน

จากที่เราได้กล่าวไปแล้วว่าเครื่องดูดความชื้นเป็นอุปกรณ์ ที่จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของคุณทำได้อย่างมีคุณภาพและสบายได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเลือกซื้อสินค้าซักหนึ่งชิ้นมาติดบ้านไว้ในการใช้งาน จึงเป็นสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของคนที่จะต้องพักอาศัยอยู่ภายในบ้านเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานในแต่ละวัน ซึ่งความโดดเด่นหลัก ๆ ของสินค้าประเภทนี้ ที่มีผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้น จะเป็นเรื่องของการควบคุมความชื้นภายในอากาศ

เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสบายตัวมากยิ่งขึ้น และการทำงานในลักษณะนี้จะเป็นการควบคุมการกระจายตัวของเชื้อโรคและมลภาวะภายในอากาศ ส่งผลให้ร่างกายของคุณจะมีความแข็งแรงและมีสุขภาพที่ปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้นด้วยในเวลาเดียว นอกจากนี้ก็ยังมักจะมาพร้อมความสามารถในการส่งกลิ่นหอม เพื่อเพิ่มความน่าอยู่ให้กับบ้านของคุณได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้งานน้ำยาทำความเย็นและกลิ่นที่หลากหลาย รวมไปถึงยังสามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์สำหรับตกแต่งบ้าน เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับการตกแต่งภายในบ้านของคุณได้ไปพร้อม ๆ กันด้วยครับ

วิธีการเลือกซื้อ เครื่องดูดความชื้น

1. เลือกจากประสิทธิภาพการดูดความชื้นของตัวอุปกรณ์

สิ่งแรกที่คุณจะต้องตรวจสอบและเปรียบเทียบในการเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นแต่ละรุ่น คือ ประสิทธิภาพการทำงานของตัวอุปกรณ์ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานตามความต้องการของคุณได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากสินค้าแต่ละรุ่นที่ถูกออกวางจำหน่ายมาให้เราเลือกใช้งานกันได้ในช่วงเวลานี้ จะมีความสามารถในการทำงานที่ตอบโจทย์การใช้งานได้แตกต่างกันออกไปตามระดับราคา และขนาดของพื้นที่ที่มีความเหมาะสมของตัวสินค้า ทำให้การเปรียบเทียบรุ่นที่มีทั้งสเปกการใช้งาน และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณมากที่สุด

จะช่วยให้ตัวสินค้ารองรับการใช้งานของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่ในการเลือกซื้อหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับตัวสินค้าในระดับสูงสุด ก็ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ อยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ความสามารถในการทำงานเกินกว่าความต้องการของตัวอุปกรณ์เล็กน้อย ซึ่งน่าจะทำให้ตัวอุปกรณ์ไม่จำเป็นจะต้องทำงานหนักมากจนเกินไป สำหรับการเปิดทำงานในสถานการณ์ต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นรายละเอียดในส่วนนี้ ยังจะทำให้การเปรียบเทียบคุณภาพในการทำงานของแต่ละรุ่นทำได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ

2. พิจารณาขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน

สินค้าแต่ละรุ่นที่มีออกวางตำหน่ายมาให้เราใช้งานกันได้ในช่วงเวลานี้ จะถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานภายในห้อง ที่มีขนาดพื้นที่แตกต่างกันออกมาอย่างชัดเจน ตามประสิทธิภาพของระบบการทำงานภายใน ที่ได้ถูกติดตั้งมาไว้ให้ของตัวสินค้า ซึ่งการเลือกซื้อจากรายละเอียดในส่วนนี้ จะทำให้การจำกัดขอบเขตของรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ของคุณทำได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความรวดเร็วและระยะเวลาในการเลือกซื้อสินค้าของคุณ จะลดลงได้มากกว่าที่ควรจะเป็นอีกพอสมควร

โดยที่ในการพิจารณานั้นคุณก็ทำเพียงแค่เลือกตัวเลือกที่น่าสนใจ จากขนาดพื้นที่ภายในห้องที่คุณต้อง แล้วจึงทำการเลือกซื้อจากรายละเอียดส่วนอื่น ๆ ที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่นั้น ๆ นอกจากนี้ก็ยังอาจเพิ่มความง่ายดายให้ได้มากยิ่งขึ้น จากการเปรียบเทียบรายละเอียดในส่วนที่ผ่านมาของการเลือกซื้อ ประกอบกับการพิจารณารายละเอียดในส่วนนี้ไปพร้อมกันได้ด้วยเช่นกันครับ

3. ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ใช้ในการจัดวาง

สำหรับเรื่องของขนาด เครื่องดูดความชื้น ที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดและโลกออนไลน์ในช่วงเวลานี้ เรียกได้ว่าค่อนข้างมีอยู่หลากหลายเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะต้องถูกออกแบบฟังก์ชันการใช้งาน และความเหมาะสมของพื้นที่ให้แตกต่างกันออกไปตามจุดเด่นของแต่ละรุ่น ซึ่งในส่วนของการจัดวางในภาพรวมของตัวอุปกรณ์นั้น จะมีทั้งเครื่องที่ใช้งานโดยการตั้งพิ้นที่จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และใช้พื้นที่ในการจัดวางมากกว่าประเภทอื่น ๆ และประเภทแบบจัดวางบนโต๊ะที่แทบทุกรุ่น

มักจะมีการออกแบบรูปลักษณ์ดีไซน์ให้มีความสวยงามทันสมัย เพื่อให้สามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์สำหรับการตกแต่งบ้านไปได้ด้วยในเวลาเดียวกัน โดยที่ทั้ง 2 รูปแบบนั้นจะมีความต้องการในการใช้งานพื้นที่ในการจัดวาง ที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นในการเลือกซื้อคุณจึงควรคำนึงดูว่าภายในบ้านของคุณมีความเหมาะสมกับสินค้ารูปแบบ ใดมากกว่ากัน เช่น หากคุณพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ และไม่ได้มีพื้นที่ในการจัดวางสิ่งต่าง ๆ ที่จำกัดมากเท่าไหร่นัก ก็ควรเลือกซื้อเป็นรุ่นแบบตั้งพื้นที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงมากกว่า แต่หากคุณต้องการประหยัดพื้นที่ในการจัดวางให้ได้มากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก็ควรเลือกใช้งานเป็นสินค้าแบบจัดวางบนโต๊ะ ที่มักจะมีความสวยงามและความโดดเด่นในด้านนี้มากกว่านั่นเองครับ

4. ตรวจสอบระดับเสียงที่ส่งออกมาในการทำงานของตัวสินค้า

เรื่องของระดับเสียงที่อุปกรณ์ แต่ละรุ่นส่งออกมาในการเปิดทำงาน จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในรายละเอียดของการเลือกซื้อ ที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ไม่น้อย เพราะหากคุณเลือกรุ่นที่ทำงานโดยมีระดับเสียง ที่ส่งออกมาดังมากจนเกินไป ก็อาจทำให้การพักผ่อน หรือ การพักอาศัยทั่วไปภายในบ้าน อาจมีความสะดวกสบายและความรู้สึกผ่อนคลายที่ลดลง

โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการนอน, การทำงาน และการพักผ่อนทั่วไป ส่งผลให้ในการเลือกซื้อคุณควรมองหารุ่นที่มีระดับเสียงส่งออกมาจากตัวเครื่อง ที่อยู่ในระดับต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ตัวสินค้าตอบโจทย์การใช้งานในส่วนนี้ได้อย่างตรงจุดมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามคุณควรให้ความสำคัญถึงรายละเอียดการทำงานในส่วนอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการดูดความชื้นของตัวสินค้า ประกอบกับการเลือกซื้อรุ่นที่มีความเหมาะสมในเรื่องของระดับเสียงไปในเวลาเดียวกันด้วยครับ

5. คำนึงถึงกำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการเปิดทำงานแต่ละครั้ง

แม้ว่าสินค้าประเภทนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่ และใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงานไม่สูงมากเท่าไหร่นัก แต่จากการที่ถูกออกแบบมาให้เปิดใช้งานต่อเนื่องได้อย่างยาวนานในชีวิตประจำวัน จึงอาจทำให้ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นมาได้อีกพอสมควร

หากคุณเลือกรุ่นที่ใช้กำลังไฟฟ้าในระดับที่สูงมากจนเกินไป ดังนั้นในการเลือกซื้อจึงควรพิจารณาดูว่าสินค้าตัวดังกล่าว มีการใช้ระดับพลังงานที่เหมาะสมกับรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสเปกและประสิทธิภาพการทำงานหรือไม่ เพื่อให้ตัวเครื่องสามารถทำงานต่อเนื่องในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่ามากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ

บทสรุป

จากการที่ เครื่องดูดความชื้น เป็นทั้งอุปกรณ์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความสบายให้กับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัยภายในบ้าน รวมไปถึงยังเป็นอุปกรณ์สำหรับการใช้งานในระยะยาว และเป็นของตกแต่งที่จะช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับบ้านของคุณไปด้วยในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้การตัดสินใจเลือกซื้อคุณจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้คุณสามารถใช้งานตัวอุปกรณ์ได้อย่างยาวนาน และมีความคุ้มค่าในระดับสูงสุดกับเงินที่คุณจ่ายไป

โดยที่รายละเอียดที่คุณควรให้ความสนใจในการพิจารณาเลือกซื้อนั้น จะประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่เราได้แนะนำไปในช่วงที่ผ่านมาของบทความความนี้ ซึ่งทางเราเชื่อว่าเป็นสิ่งที่มีผลเป็นอย่างมากต่อการใช้งานจริงชีวิตประจำวันด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพในการทำงานของตัวสินค้า, ขนาดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการใช้งาน, ขนาดโดยรวมของตัวสินค้าที่มีผลโดยตรงต่อการจัดวางภายในห้อง, ระดับเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการเปิดทำงาน ที่อาจมีผบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการพักผ่อน ไปจนถึงกำลังไฟฟ้าที่ตัวอุปกรณ์ใช้ในการเปิดทำงานแต่ละครั้ง

โดยหากคุณได้ลองพิจารณาถึงรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ เปรียบเทียบกันกับระดับราคาที่เหมาะสมแล้ว จะทำให้การเลือกซื้อทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน และหากคุณเองยังไม่มีตัวเลือกสินค้ารุ่นใดที่เล็งเอาไว้ในใจ หรือกำลังมองหารุ่นที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่าในระดับราคาที่ย่อมเยาเข้าถึงได้ง่ายมาไว้ในการใช้งาน ก็สามารถเลือกซื้อรุ่นที่น่าสนใจซักหนึ่งรุ่นจากทั้งหมด 10 สินค้า ที่เราได้แนะนำไว้ในช่วงที่ผ่านมาของบทความ พร้อมกันกับรายละเอียดที่เราได้เขียนไว้ในสินค้าแต่ละรุ่นได้เลยครับ

  • Thana

    สวัสดีครับ! ผมชื่อธนา เป็นนักเขียนที่เขียนเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งบ้าน ในงานเขียนของผม, ผมแบ่งปันทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์, ตั้งแต่วิธีการเลือกที่เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน, ไปจนถึงเคล็ดลับในการจัดวางเพื่อสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ในบ้านของคุณ ผมหวังว่าข้อมูลและประสบการณ์ที่ผมแบ่งปันจะช่วยให้บ้านของคุณกลายเป็นมุมโปรดที่คุณรักมากขึ้นครับ!

    View all posts

Contact us:

homestyle.in.th@gmail.com

Copyright homestyle.in.th All Rights Reserved.